วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557

6 เหตุผลที่อาจทำให้ผู้ชายกินแห้ว เวลาจีบหญิง

6 เหตุผลที่อาจทำให้ผู้ชายกินแห้ว เวลาจีบหญิง

6 เหตุผลที่อาจทำให้ผู้ชายกินแห้ว เวลาจีบหญิง

วิธีจีบสาว
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          หนุ่มหลายคนใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้มีโอกาสได้รู้จักกับสาวที่ตนชอบ แต่ใช่ว่าเมื่อรู้จักกันแล้วจะถือเป็นความสำเร็จได้สักหน่อย เพราะหนุ่ม ๆ จำนวนมากมักตกม้าตายด้วยพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้สาว ๆ ต้องเมินและอยากยุติความสัมพันธ์ไว้เพียงแค่เพื่อนในที่สุด ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายเมื่อคุณเจอคนที่ใช่แล้วแต่กลับไม่สามารถสานต่อกันได้ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมจะบอกเล่าถึงพฤติกรรมต้องห้ามที่หนุ่ม ๆ ควรหลีกเลี่ยงถ้าไม่อยากแห้วอีกต่อไป ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

จีบสาวไม่เลือกโอกาสและสถานที่
          จีบสาวไม่เลือกโอกาสและสถานที่

          การทำความรู้จักควรเริ่มในโอกาสและสถานที่ที่เหมาะสม ไม่ใช่เจอกันข้างถนนแล้วอยากรู้จักก็ทักแบบนี้ เธอคงกลัวคุณเป็นแน่ คุณควรเริ่มต้นและทำความรู้จักในสถานที่มีบรรยากาศเป็นใจด้วยซึ่งก็มีอยู่ไม่น้อย เช่น ในงานปาร์ตี้ของเพื่อนคุณ ตามบาร์ต่าง ๆ หรือแม้แต่กิจกรรมการกุศลที่เปิดโอกาสให้คุณได้พบปะพูดคุยกับคนอื่นอย่างง่ายดาย เท่านี้ คุณก็สามารถเริ่มต้นพูดคุยกับสาว ๆ ได้อย่างไม่เคอะเขิน แถมไม่ทำให้เธอรู้สึกกลัวอีกด้วย

เล่นตัว
          เล่นตัววางมาดนิ่งใส่ซะงั้น

          เมื่อคุณเริ่มต้นสัมพันธ์ไปแล้ว คุณควรจะต้องแสดงความจริงจังให้เธอเห็น อย่าพยายามทำเป็นวางมาดนิ่ง เล่นตัวมากเกินไป เช่น บอกปัดคำชวนของเธอหรือไม่ค่อยรับฟังคำพูดของเธอ เพราะไอ้ท่าทีนิ่งขรึมใช่ว่าจะได้ผลกับสาว ๆ ทุกคน แล้วยิ่งเมื่อคุณจะจริงจังกับใครสักคน การแสดงออกและเข้าหาเธออย่างจริงใจเป็นวิธีที่ดีกว่าเยอะจริง ๆ

เมาจนสิ้นสติ
          เมาจนสิ้นสติ

          ข้อนี้ถือเป็นกฎจีบหญิงขั้นพื้นฐานที่ใคร ๆ ต่างก็รู้กันดี เพราะไม่ว่าใครก็คงไม่ประทับใจคนที่เมามากเกินไปจนไร้สติทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่เริ่มสนใจในตัวคุณ ตัดออกอาจเปลี่ยนท่าทีไปโดยทันทีเมื่อคุณเริ่มเมาจนยืนตรงไม่ได้หรือเริ่มไปหาเรื่องกับโต๊ะข้าง ๆ และถึงคุณจะอ้างว่าที่ดื่มไปเป็นเพราะต้องการเพิ่มความกล้าให้กับตัวเอง แต่ถ้ากระดกแก้วจนสิ้นสติ งานนี้ก็จบเห่ได้เหมือนกันนะ เอาเป็นว่า ถ้าคิดจะดื่มก็ต้องรู้จักลิมิตของตัวเอง ควบคุมสติให้อยู่ ไปพร้อม ๆ กับดูแลเธอไปด้วยขณะเที่ยว รับรองว่าได้ใจเธอแน่นอน

ใช้มุกฝืด ๆ
          ใช้มุกฝืด ๆ จีบเธอ

          มุกตลกอาจเป็นถ้อยคำที่ทำให้ขำได้อย่างง่ายดาย แต่มันไม่เหมาะแน่ ๆ ที่คุณจะเอาไปใช้ส่งสัญญาณให้แก่สาวที่คุณชอบอย่างจริงจังแน่ ๆ โดยเฉพาะเมื่อเปิดการสนทนาและทำความรู้จักด้วยมุกแบบนี้ เช่น หน้าตาผมอาจติดลบ แต่ลองคบก็อาจติดใจ รับรองว่าคุณจะถูกเธอยี้แน่นอน ดังนั้น ลืมมุกตลกได้เลย เว้นแต่คุณจะเล่นเพื่อสร้างบรรยากาศเฮฮา แต่นอกจากนั้น ห้ามเล่นเด็ดขาด !

หว่านเสน่ห์
          หว่านเสน่ห์ใส่เพื่อนเธอ

          เมื่อคุณชอบใครสักคน ก็ควรแสดงออกให้ชัด ๆ ไปเลยว่ากำลังสนใจใครอยู่ ไม่ควรไปหว่านเสน่ห์กับเพื่อนหรือคนรอบข้างของเธอเด็ดขาด เพราะจะทำให้เธอคิดว่าคุณเป็นคนไม่ชัดเจน โลเล แม้กระทั่งเพื่อนสาวของเธอก็ไม่เว้น ทำแบบนี้ระวังจะไม่ได้ใครสักคนนะครับ 

แต๊ะอั๋ง
          แอบแต๊ะอั๋งฝ่ายหญิง
          พฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิงแบบนี้ อย่าได้คิดทำเด็ดขาด หากยังหวังอยากคว้าใจเธอมาครอง คนเราถ้ามันมีใจให้ เดี๋ยวจังหวะก็มาเองแหละครับ ผู้หญิงเขาก็ต้องดูท่าทีเราก่อนด้วย ขืนบุ่มบ่ามไปคว้ามือเธอมาจับหรือโอบกอดเธอโดยที่ฝ่ายหญิงไม่เต็มใจ มีสิทธิ์โดนฝ่ามืออรหันต์และตัดขาดความสัมพันธ์ไปได้เลยนะ เอาเป็นว่าสงวนท่าที แล้วให้เกียรติผู้หญิงเขาไว้ก่อนดีกว่าครับ

          หลังจากที่ได้ทราบพฤติกรรมที่ผู้ชายไม่ควรทำถ้าอยากจีบหญิงให้ติดกันไปแล้ว คราวนี้คุณคงใส่เกียร์เดินหน้าทำคะแนนด้วยความมั่นใจได้มากขึ้น และเราก็หวังว่าเทคนิคการเริ่มต้นทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณ เริ่มต้นความรักได้อย่างราบรื่นกันถ้วนหน้านะครับ
http://the-rich-trading.blogspot.com/ไม่ว่าคุณนกเขาไม่ขัน หรือล่มปากอ่าววันนี้มีทางออกเเล้วกับกาแฟสมุนไพร 

มาจับสังเกตอาการเฟคถึงจุดสุดยอดของผู้หญิงกันดีกว่า !

มาจับสังเกตอาการเฟคถึงจุดสุดยอดของผู้หญิงกันดีกว่า !

มาจับสังเกตอาการเฟคถึงจุดสุดยอดของผู้หญิงกันดีกว่า !

จุดสุดยอดผู้หญิง
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          เซ็กส์ ถือเป็นประเด็นสำคัญอีกหนึ่งเรื่องของชีวิตคู่  โดยเฉพาะปัญหาแกล้งถึงจุดสุดยอดของฝ่ายหญิง เนื่องจากเคยมีการสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงแล้วพบว่ากว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าพวกเธอเคยแกล้งถึงจุดสุดยอด เพื่อให้คู่นอนรู้สึกพึงพอใจและไม่เสียหน้า นอกจากนี้ ผู้หญิงอีกหลายคนยังสารภาพว่าไม่เคยถึงจุดสุดยอดสักครั้งในชีวิต เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ผู้ชายอย่างเราคงไม่ปล่อยให้หญิงที่รักต้องเป็นทุกข์เพราะไม่ถึงฝั่งฝันอยู่ฝ่ายเดียวแน่ วันนี้เราจึงอาสามาช่วย ด้วยการบอกเล่าวิธีสังเกตอาการของผู้หญิง ว่าพวกเธอมีความสุขกับเรื่องบนเตียงจริง ๆ หรือไม่ เพื่อสร้างความพอใจให้แก่ทั้งสองฝ่าย และรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาว

ท่าทางของเธอดูดีเกินไป

          ท่าทางของเธอดูดีเกินไป

          ไม่มีสาว ๆ คนไหนยังแอ๊บสวยได้ขณะถึงจุดสุดยอดอย่างแน่นอน เพราะโดยธรรมชาติคนเราก็ย่อมส่งเสียงร้องออกมาเพื่อระบายอารมณ์บ้าง  รวมถึงสีหน้าที่แสดงออกถึงความพึงพอใจ ไอ้ที่เห็นทำหน้าสวย ๆ เหมือนในหนังโป๊น่ะ ไม่มีหรอกครับ ถ้าหากท่าทางของเธอดูปกติเกินไป ก็อาจจะต้องเริ่มเปิดใจคุยกับเธอได้แล้วล่ะ

เธอดูเซ็งหลังเสร็จกิจ
          เธอดูเซ็งหลังเสร็จกิจ

          หลังจากที่ผ่านเกมรักอันหนักหน่วงมาแล้ว ตามปกติสาว ๆ จะชอบโอบกอดและแสดงท่าทีดื่มดำกับความสุขที่เพิ่งผ่านพ้นไปออกมาให้เห็น แต่ถ้าเธอเงียบเฉยและนอนนิ่งไม่สนใจไยดีคุณ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้เลยว่าเธอกำลังเซ็งกับเกมรักที่คุณเพลิดเพลินอยู่ฝ่ายเดียว แล้วปล่อยให้เธออารมณ์ค้างอยู่อย่างนั้น

ยิ้มแบบเสแสร้ง
          ยิ้มแบบเสแสร้ง

          หากหลังเสร็จกิจในครั้งนี้คุณฟินอยู่ฝ่ายเดียว และเธอรู้ตัวว่าตัวเองคงจะไม่ถึงสวรรค์แน่ ๆ แต่เพื่อให้หนุ่ม ๆ สบายใจ เธออาจจะแสดงออกด้วยรอยยิ้มแบบเสแสร้งหรือปั้นหน้าว่าตัวเองมีความสุข ซึ่งสามารถตบตาได้ง่าย แต่สิ่งที่ไม่เคยหลอกได้ก็คือ แววตา นั่นเอง เพราะมันสามารถจับพิรุจได้ว่ารอยยิ้มนี้มาจากข้างในจริง ๆ หรือแค่กลบเกลื่อนกันแน่

หัวใจเต้นเบาเกินไป
          หัวใจเต้นเบาเกินไป

          ถึงแม้เธอจะแกล้งถึงจุดสุดยอดด้วยการหายใจแรงและส่งเสียงดัง แต่สิ่งหนึ่งที่เธอควบคุมไม่ได้ก็คือ การเต้นของหัวใจ เพราะเมื่อคนเราถึงจุดสุดยอดจริง ๆ คุณจะได้ยินเสียงหัวใจของเธอเต้นดังออกมาจนรู้สึกได้ ดังนั้น ลองสังเกตจุดนี้ให้ดีครับ

ริมฝีปากไม่แดง
          ริมฝีปากไม่แดง

          ถ้าสาว ๆ ถึงจุดสุดยอด ระบบไหลเวียนเลือดย่อมสูบฉีดดีเป็นพิเศษ พวกเธอจึงมีริมฝีปากที่แดงกว่าปกติ (แต่ถ้าเธอทาลิปสติกก็อาจสังเกตได้ยากหน่อย) ซึ่งไม่เพียงแต่ริมฝีปากปากหรือสีหน้าเท่านั้น ยังรวมถึง "น้องสาว" ของเธอด้วย ลองสังเกตอวัยวะเพศของเธอควบคู่กับริมฝีปาก ถ้าหากว่ามันไม่แดงแบบมีเลือดฝาด ก็แปลว่าคุณสอบตกในภารกิจนี้

กล้ามเนื้อไม่เกร็ง
          กล้ามเนื้อไม่เกร็ง

          อีกพฤติกรรมหนึ่งที่สังเกตได้ง่ายคือ การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ เช่น ใบหน้า มือ แขน และขา รวมทั้งการบีบรัดของปากมดลูกเป็นจังหวะ 3-15 ครั้ง ซึ่งคุณต้องรู้สึกบ้างแน่ ๆ แหละ เอาเป็นว่า ถ้าคุณไม่รู้สึกว่ามีการบีบรัดและเกร็งในบริเวณดังกล่าว แต่ฝ่ายหญิงแสดงท่าทีว่าถึงจุดสุดยอดไปแล้ว ก็ฟันธงได้ว่าคุณโดนหลอกแล้วล่ะ

          อันที่จริง การที่ฝ่ายชายรู้จักสังเกตอาการของผู้หญิง หลังบรรเลงฉากรักบนเตียงเสร็จ ไม่ใช่เพื่อต้องการจับผิดพวกเธอ แต่เพราะเราใส่ใจถึงความสุขของฝ่ายหญิงต่างหาก เรื่องแบบนี้มันก็ควรจะมีความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ถ้าคุณลองสังเกตหมดแล้ว ทว่าก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่าฝ่ายหญิงแฮปปี้หรือเปล่า บางทีอาจต้องลองเปิดใจถามเธอตรง ๆ แล้วล่ะ เพื่อที่คราวหน้าจะได้เกี่ยวก้อยจูงมือขึ้นสวรรค์ไปด้วยกัน http://the-rich-trading.blogspot.com/ ไม่ว่าคุณนกเขาไม่ขัน หรือล่มปากอ่าววันนี้มีทางออกเเล้วกับกาแฟสมุนไพร 

6 วิธีรุกสาวสุดเห่ย ทำแบบนี้กินแห้วทุกราย !


6 วิธีรุกสาวสุดเห่ย ทำแบบนี้กินแห้วทุกราย !

6 วิธีรุกสาวสุดเห่ย ทำแบบนี้กินแห้วทุกราย !

วิธีจีบสาว



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

         การตกหลุมรักผู้หญิงสักคนเป็นเรื่องไม่ยากนักสำหรับผู้ชาย แต่สิ่งที่ยากและท้าทายมากกว่า ก็คือการหาสารพัดวิธีที่จะเข้าหา ทำความรู้จัก หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า "จีบเธอมาเป็นแฟน" ให้ได้นี่สิ ที่ดูจะเป็นเรื่องไม่หมูสักนิด ยิ่งใครที่มีประสบการณ์โดนเมินมาก่อน ก็ยิ่งบั่นทอนความมั่นใจลงไปเรื่อย ๆ จนบางทีก็ต้องยอมรับว่ารู้สึกปอด ๆ ใส่เกียร์ถอย กินแห้วกันเป็นแถว แต่เคยสงสัยไหมครับ ว่าทำไมจีบสาวกี่ครั้งก็โดนปฏิเสธไปซะทุกราย หรืออาจจะเป็นเพราะคุณเดินเกมผิดพลาดด้วยจีบสาวแบบเห่ย ๆ อย่างนี้กันแน่

       1. เข้าหาผิดที่ ผิดเวลา
         ผู้ชายส่วนใหญ่ใจร้อน และไม่ค่อยนึกถึงสถานการณ์รอบข้างเท่าไร พอเจอสาวที่ใช่ก็เดินเข้าไปขอทำความรู้จักทันที ซึ่งบางครั้ง ณ ขณะนั้นก็เป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะจะสานสัมพันธ์กับใครทั้งสิ้น อย่างเช่น ในขณะที่เธอกำลังเล่นฟิตเนสอย่างจริงจัง หรือกำลังอ่านหนังสืออย่างมีสมาธิในห้องสมุด เป็นต้น อย่างนี้ต่อให้ฟอร์มดีแค่ไหนก็กินแห้วทุกรายล่ะครับ

       2. รุกหนักเกินไป
         สาวบางคนก็สวยหยาดเยิ้มจนเรากลัวว่าถ้าเข้าไปจีบทื่อ ๆ แล้วจะโดนเธอเมินแหง ๆ หนุ่มมีดีกรีอย่างเราก็เลยต้องโชว์ลีลาซะหน่อย ใส่ลูกล่อลูกชนเพิ่มความแพรวพราวให้ดูน่าสนใจ แต่แทนที่มุกนี้จะได้ผล กลับโดนคุณเธอเฉยใส่จนหน้าชา และเหตุผลที่แผนการครั้งนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า ก็เป็นเพราะว่าผู้หญิงเองเขาก็ตั้งแง่กับผู้ชายที่เยอะจัดแบบนี้อยู่ไม่น้อย เพราะผู้ชายที่รุกหนักมักจะดูอันตราย และส่วนมากสาว ๆ มักจะรู้สึกสบายใจที่จะคุยกับคนที่เข้าหากันแบบเพื่อน หรือคนที่อยากรู้จักกันเฉย ๆ มากกว่า

       3. จีบตอนเมามายไร้สติ

         ถ้าไม่มั่นใจว่าตัวเองหล่อเทพอย่างดาราฮอลลีวูด อย่าเสี่ยงจีบสาวตอนคุณถือแก้ววิสกี้ และรู้สึกกรึ่ม ๆ อยู่เด็ดขาด เพราะถึงแม้บรรยากาศจะเป็นใจให้รุกหน้าจีบอย่างเต็มที่ แต่ถ้าสาว ๆ เจอหนุ่มขี้เมากลิ่นเหล้าฟุ้งมาจีบล่ะก็ คุณเธอเป็นต้องหาทางหนีทีไล่ไปให้ไกลจากคุณแน่นอน และรับรองเลยว่า ต่อให้คุณเจอเธออีกครั้ง และตั้งหน้าตั้งตาสานต่อขอจีบอีกที แม้ตอนนี้ร่างกายจะไร้แอลกอฮอล์แล้วก็ตาม แต่ก็มีสิทธิ์กินแห้วเกือบจะ 100% อยู่ดีนั่นแหละ แบบว่าเฟิร์สอิมเพรสชั่นมันแป้กมาตั้งแต่ต้นนี่นา

       4. เริ่มความสัมพันธ์ผ่านไลน์

         อยู่ในยุคโซเซียลเน็ตเวิร์กทั้งทีก็ต้องใช้เทคโนโลยีให้คุ้ม อีกทั้งถ้าให้พูดกันตรง ๆ จีบสาวสมัยนี้ขอเบอร์ก็ให้ไลน์แทนตลอด ๆ แต่ขอบอกเลยว่า โอกาสที่คุณจะจีบสาวผ่านไลน์ติดน่ะ มีน้อยมาก (ลากเสียงยาว ๆ) เพราะลำพังแค่ตัวอักษรกับสติ๊กเกอร์น่ารัก ๆ ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึก และความจริงใจของเราได้เลยสักนิด แบบนี้ถ้าจะยึดพื้นที่หัวใจของสาว ๆ ก็ลำบากไม่น้อยเลยล่ะ

       5. เข้าทางเพื่อน

         เมื่อก่อนจีบสาวผ่านเพื่อนของเธออาจจะเป็นวิธีที่ได้ผลไม่มากก็น้อย แต่ปัจจุบันนี้เป็นวิธีที่ล้าสมัยมาก ๆ ไปแล้ว เพราะถ้าคุณเผลอทำตัวสนิทสนมกับเพื่อนเธอมากกว่าตัวเธอแล้วล่ะก็ ร้อยทั้งร้อยเธอคิดว่าคุณจีบเพื่อนเธอแน่ ๆ พนันกันมั้ยล่ะครับ

       6. มือไวใจไว
         ผู้ชายมือไวใจไวดูน่าอันตรายสุดขีดสำหรับสาว ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มรู้จักกันใหม่ ๆ แล้วคุณกลับพยายามหาโอกาสแตะต้องตัวเธอด้วยเจตนาอยู่ตลอดเวลา เจอหนุ่ม ๆ เทคแคร์แบบถึงเนื้อถึงตัวอย่างนี้ สาว ๆ ขวัญหนีดีฝ่อหมดนะครับ หนำซ้ำยังจะแอบคิดในใจด้วยว่า ผู้ชายคนนี้ฉวยโอกาสจัง และงานนี้ก็ไม่ต้องสืบเลยว่า โอกาสสานต่อความสัมพันธ์กับเธอคงเป็นได้แค่ฝันแหง ๆ


         ใครที่กำลังเล็งสาวโดนใจคนไหนอยู่ ก็อย่าพลาดเข้าไปทำความรู้จักกับเธอด้วยวิธีสุดเห่ยอย่าง 6 วิธีนี้เด็ดขาดเลยนะ ไม่อย่างนั้นกินแห้วขึ้นมา ต้องนั่งซดน้ำตาปลอบใจตัวเอง เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน




 

อาหารเพื่อสุขภาพเสริมสร้างความเป็นชาย

อาหารเพื่อสุขภาพเสริมสร้างความเป็นชาย

อาหารเพื่อสุขภาพเสริมสร้างความเป็นชาย

อาหารสุขภาพ
เรื่อง Men’s Health UK แปลงและเรียบเรียง Dragon Booster

          ถ้าอยากให้ร่างกายผลิตเทสโทสเตอโรนได้มากขึ้น อาหารเหล่านี้ช่วยคุณได้...

          "เทสโทสเตอโรนจะทำให้คุณมีชีวิตชีวาและมีความเป็นชาย" ดร.มัลคอล์ม คาร์รูเทอร์ส จากศูนย์สุขภาพชายในลอนดอน กล่าวเอาไว้ว่าเดี๋ยวนี้อายุแค่ 30 ผู้ชายก็เริ่มมีสัญญาณของภาวะเทสโทสเตอโรนต่ำกันแล้ว นั่นคือความต้องการทางเพศจะลดลง สมองตื้อ การแข็งตัวตอนตื่นนอนก็ลดลงด้วย ถ้าอยากให้สถานการณ์ดีขึ้น คุณก็ต้องขยันออกกำลังกาย รู้จักผ่อนคลายและกินอาหารที่ช่วยกระตุ้นการผลิตเทสโทสเตอโรนเป็นประจำ

องุ่น
          องุ่น : สเปิร์มว่องไว
          กินองุ่นแดงสักวันละ 1 พวง เพราะเปลือกองุ่นมีเรสเวอราทรอลซึ่งจะทำให้สเปิร์มของคุณแข็งแรงขึ้น โดยนักวิจัยของจีนพบว่าปริมาณเรสเวอราทรอลที่จะช่วยเพิ่มระดับเทสโทสเตอโรนและทำให้สเปิร์ม เคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นคือ 500 มิลลิกรัม (เท่ากับปริมาณในเปลือกองุ่นราว 5-10 กรัม)

ทูน่า
          ทูน่า : แรงขับทางเพศสูงขึ้น

          ถึงแม้กลิ่นของทูน่าจะไม่เหมาะกับเดmแรก แต่วิตามินดีในทูน่าก็เหมาะมากทีเดียว เพราะผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์ในออสเตรียชี้ว่าวิตามินดีช่วยเพิ่มระดับเทสโทสเตอโรนได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังช่วยลดระดับ Sex Hormone-Binding Globulin (SHBG) ที่ทำให้ความต้องการทางเพศลดลงด้วย กินทูน่าเพียงแค่หนึ่งกระป๋องก็ได้วิตามินดีมากพอแล้วล่ะครับ

อะโวคาโด
          อะโวคาโด : แก้ปัญหาทางเพศ

          นอกจากจะทำให้หลอดเลือดแดงอุดตัน คอเลสเตอรอล LDL (ไขมันชนิดไม่ดี) ยังอาจจะนำมาซึ่งภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศและปัญหาเรื่องการไหลเวียนเลือดที่ "น้องชายคุณ" ด้วย นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตทชี้ว่า ผู้ชายที่บริโภคไขมันไม่อิ่มตัว เชิงเดี่ยวในปริมาณสูง (อย่างในอะโวคาโด ถั่วเปลือกแข็ง และน้ำมันพืช) จะมีคอเลสเตอรอล LDL ในระดับที่ต่ำและมีเทสโทสเตอโรนในระดับที่สูงกว่า คุณจึงควรจะนำขนมปังมาทาอะโวคาโดบดสักครึ่งลูก แล้วโรยหน้าด้วยแซลมอนรมควันที่ฉีกเป็นชิ้น ๆ

ทับทิม
          ทับทิม : ต้านความไร้สมรรถภาพทางเพศ

          ข้อมูลจาก International Journal of Impotence Research รายงานว่า หลังจากดื่มน้ำทับทิมซึ่งอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระวันละหนึ่งแก้ว ผู้ชายที่มีปัญหาไร้สมรรถภาพทางเพศถึง 47 เปอร์เซ็นต์ ก็อาการดีขึ้น

เนื้อกวาง
          เนื้อกวาง : เพิ่มกล้าม

          ผู้ชายที่กินเจคงไม่อยากรับรู้ว่า การกินอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์เลยอาจทำให้ระดับเทสโทสเตอโรนลดลงถึง 14 เปอร์เซ็นต์ ดร.คาร์รูเทอร์สกล่าว และนั่นเป็นเพราะพอขาดโปรตีนร่างกายก็จะกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนนี่ทำให้เทสโทสเตอโรนใช้การไม่ได้ ในทางกลับกัน ผลวิจัยของมหาวิทยาลัยยูทาห์ชี้ว่า การกินเนื้อวัวกับเนื้อแกะที่มีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูงเกินไปก็อาจทำให้ระดับเทสโทสเตอโรนลดลงได้เช่นกัน เนื้อกวางจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

กระเทียม
          กระเทียม : คงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
          กระเทียมช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้ออ่อนแอ เพราะมีอัลลิซินซึ่งเป็นสารประกอบที่ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดที่ชื่อคอร์ติซอล โดยคอร์ติซอลต้องต่อสู้กับเทสโทสเตอโรนเพื่อชิงตำแหน่งในเซลล์กล้ามเนื้อ หรือพูดง่าย ๆ คือถ้าขจัดคอร์ติซอลทิ้งไปเทสโทสเตอโรนก็ทำงานได้อย่างเต็มที่ คุณต้องกินแบบสด ถ้าอยากให้ประสิทธิภาพของกระเทียมสูงขึ้น

น้ำผึ้ง
          น้ำผึ้ง : การไหลเวียนเลือดที่ดี
          น้ำผึ้งมีธาตุโบรอน ซึ่งมีส่วนทำให้ร่างกายมีระดับเทสโทสเตอโรนสูง กอร์ดอนบอกว่า น้ำผึ้งยังเป็นแหล่งของในตริกออกไซด์ ซึ่งช่วยขยายหลอดเลือดที่ทำให้เกิดการแข็งตัวด้วย กินน้ำผึ้ง 4 ช้อนชา ก็เพิ่มระดับไนตริกออกไซด์ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์

นม
          นม : เรือนร่างเพรียวกระชับ
          ธรรมชาติกำหนดว่าผู้ชายอย่างเราต้องหุ่นเฟิร์ม เพราะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์กชี้ว่า ผู้ชายอ้วนมีเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) ในระดับที่สูงกว่า คุณจึงควรลดไขมันโดยเพิ่มระดับเทสโทสเตอโรนด้วยการดื่มนม เพราะกรดอะมิโนในนมจะช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนอะนาบอลิก ซึ่งช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมัน โดยกรมอนามัยแนะนำให้ดื่มนมวันละ 3 แก้ว (แก้วละ 200 มิลลิลิตร)

ไข่
          ไข่ : เพิ่มระดับฮอร์โมน
          คอเลสเตอรอลในไข่แดงคือ สารตั้งต้นของเทสโทสเตอโรน และยังไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพหัวใจด้วย เพราะผลวิจัยของมหาวิทยาลัยคอนเนคติกัทชี้ว่า กลุ่มตัวอย่างสามารถกินไข่ได้วันละ 3 ฟอง โดยไม่ส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอล

กะหล่ำปลี
          กะหล่ำปลี : ขจัดฮอร์โมนเพศหญิง
          กะหล่ำปลีถือเป็นราชาของแปลงผัก เพราะอุดมด้วยสาร Indole-3-Cartinol ซึ่งช่วยขจัดฮอร์โมนเพศหญิงในกระแสเลือด โดยผลวิจัยของมหาวิทยาลัยรอดก็เฟลเลอร์ชี้ว่า พอให้กลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นผู้ชาย สุขภาพดีกิน Indole-3-Cartinol ในรูปของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวันละ 500 มิลลิกรัม เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ระดับเอสโตรเจนลดลงครึ่งหนึ่ง และนั่นก็ทำให้เทสโทสเตอโรนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น




ที่มา หนังสือMen's Health พฤศจิกายน 2556


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ri100mi

วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557

ดื่ม "กาแฟ" ทุกวัน อาจช่วยทำให้ความจำดีขึ้น

ดื่ม "กาแฟ" ทุกวัน อาจช่วยทำให้ความจำดีขึ้น


หลายคนดื่มกาแฟแต่เช้า เพราะรู้สึกว่าดื่มแล้วช่วยทำให้เราไม่ง่วงนอน ช่วยทำให้เรากระปรี้กระเปร่า อันเป็นผลมาจากคาเฟอีน แต่ผลการวิจัยล่าสุด พบว่าคาเฟอีนมีประโยชน์มากกว่าการไปกระตุ้นสมองให้ตื่น เพราะมันยังอาจจะสามารถช่วยเพิ่มความจำที่ดีขึ้นให้กับเราได้ด้วย
ผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ในเว็บไซต์เนเจอร์ นูโรไซน์ซ เกี่ยวกับการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของคาเฟอีนต่อความทรงจำ โดยไม่รวมเอาปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อความทรงจำมารวมเข้าด้วย ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าคาเฟอีนมีผลช่วยกระตุ้นความทรงจำหลังการดื่มคาเฟอี นเข้าไปแล้วอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

นายไมเคิล ยัสซา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านประสาทชีววิทยาและพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยแคลิ ฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ผลการวิจัยพบว่าคาเฟอีนส่งผลต่อกระบวนการในการสร้างความทรงจำของมนุษย์ให้ อยู่นานยิ่งขึ้น ไม่ขี้ลืม ซึ่งถือเป็นการค้นพบครั้งใหญ่ครั้งหนึ่ง

ยัสซากล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษากลุ่มตัวอย่างกว่า 100 คน ที่ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นประจำ คือ ไม่ได้ดื่มกาแฟ ชา หรือน้ำอัดลมมาก และได้คัดเลือกคนที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนไม่เกิน 500 มิลลิกรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งไม่ใช่แค่การดื่มกาแฟเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง 
โดยให้ผู้เข้าร่วมทดสอบดูภาพหลายๆ ภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นภาพรองเท้า เก้าอี้ เป็ดยาง เป็นต้น แล้วถามว่า สิ่งของที่เห็นนั้นเป็นสิ่งของที่อยู่ในหรือนอกบ้าน ซึ่งยัสเซอร์กล่าวว่า จริงๆ แล้ว ผู้ทำการวิจัยไม่ได้สนใจคำตอบที่ได้เท่าไหร่ แต่สิ่งที่ต้องการจริงๆ คือต้องการให้ผู้เข้าร่วมทดสอบให้ความสนใจกับสิ่งของที่เห็น แล้วเก็บสิ่งเหล่านั้นเข้าไปในสมอง

5 นาทีหลังจากผู้ร่วมทดสอบมองรูปเหล่านี้แล้ว ครึ่งหนึ่งของผู้ร่วมทดสอบจะดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน 200 มิลลิกรัม และอีกครึ่งหนึ่งดื่มเครื่องดื่มที่ถูกหลอกว่ามีคาเฟอีนอยู่เข้าไป แล้วกลับมาเข้าทดสอบอีกครั้งในอีก 24 ชั่วโมงต่อมา ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีคาเฟอีนเหลืออยู่ในร่างกายแล้ว แล้วให้ดูภาพสิ่งของต่างๆ แล้วถูกถามในคำถามเดิม แต่อาจจะเป็นภาพใหม่หรือภาพเก่าที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เช่น มุมที่ต่างๆ จากวันก่อน เป็นต้น และพบว่าผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนเข้าไปจะสามารถตอบได้ว่าสิ่งของที่ เห็นนั้นต่างไปจากวันก่อนอย่างไร ในขณะที่ผู้ที่ไม่ได้ดื่มคาเฟอีนเข้าไปจะตอบไม่ค่อยถูก

นายยัสเซอร์กล่าวว่า หากบริโภคคาเฟอีนในปริมาณที่น้อยเกินไป ก็ไม่ส่งผลทำให้ความจำดีขึ้นด้วย ดังนั้น การบริโภคคาเฟอีนในระดับหนึ่งจะช่วยทำให้ความจำดีขึ้น ไม่หลงลืมง่าย และจำได้นานขึ้น แม่นยำขึ้น

ทั้งนี้ สัดส่วนของคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟนั้นจะแตกต่างกันออกไป โดยเฉลี่ย 1 แก้วจะมีคาเฟอีนอยู่ราว 160 มิลลิกรัม แต่แก้วกาแฟขนาด 16 ออนซ์ของสตาร์บัคส์ จะมีคาเฟอีนอยู่ 330 มิลลิกรัม ซึ่งปริมาณของคาเฟอีนที่จะช่วยกระตุ้นความทรงจำให้ดีขึ้นได้คืออย่างน้อย 200 มิลลิกรัม

ด้าน นายแพทย์เดวิด น็อปแมน ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาจากโรงพยาบาลเมโยโรเชสเตอร์ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ผลวิจัยดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากฝ่ายวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ ถือเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่าและน่าสนใจ เพื่อนำไปพัฒนายาเกี่ยวกับยาที่ใช้ในมนุษย์ต่อไป แต่ไม่คิดว่าผลการวิจัยที่ได้จะสามารถนำไปช่วยเหลือผู้ที่สูญเสียความทรงจำ จากโรคอัลไซเมอร์ได้

นายยัสเซอร์ซึ่งก็ได้ศึกษาเรื่องดังกล่าวทั้งใน ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์เช่นกัน กล่าวว่า ยังต้องทำการวิจัยเพิ่มเติมอีกเพื่อหาคำตอบให้ได้ว่าเหตุใดคาเฟอีนจึงสามารถ ช่วยให้ความจำดีขึ้นได้



ที่มา : นสพ.มติชน